A  A  A

Language:   


สถิติคนเข้าชมเว็บไซต์




   



 ..++.เกี่ยวกับเรา.++.. 


 

ประวัติศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต คามิลเลียน โซเชียล เซนเตอร์ ตะกั่วป่า


         นับตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2004 ถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลากว่า 8 ปีแล้วที่เหตุการณ์ภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิได้อุบัติขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ก่อเกิดความสูญเสียมากมายต่อประชาชนในพื้นที่ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน บ้านและอาชีพ เหลือไว้แต่เพียงเศษซากของความเสียหายและจิตใจที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าท้อแท้และหวาดผวา ทีมงานของมูลนิธิคณะนักบุญคามิลโลแห่งประเทศไทย ประกอบไปด้วย นักบวชคามิลเลียน ผู้บริหาร แพทย์ พยาบาลและผู้ร่วมงานในมูลนิธิคณะนักบุญคามิลโลแห่งประเทศไทยทุกระดับทุกคน ได้ทุ่มเทอุทิศตนเพื่อเยียวยารักษาผู้เจ็บป่วยและให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูแก่ผู้ประสบภัยพิบัติในทุกมิติตามจิตตารมณ์การรับใช้ผู้ป่วยของท่านนักบุญคามิลโลอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยตลอดมา
        ประสบการณ์ที่ผ่านมาได้ถูกนำมาศึกษาทบทวนไตร่ตรองและเป็นที่ประจักษ์ต่อทุกคนที่ได้ร่วมกันปฏิบัติงานว่า กระบวนการจัดการแบบบูรณาการและทีมงานที่ดีที่มีจิตตารมณ์ของพระวรสารและของนักบุญคามิลโลเป็นแรงผลักดัน นั้นสามารถขับเคลื่อนภารกิจให้บรรลุผลสำเร็จได้ตามทิศทางของพระศาสนจักรและสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลของประเทศไทย  เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งของทีมงานเองที่ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

แนวคิดพื้นฐานในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ
       การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติครั้งนี้ ได้อิงแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญหลายประการเพื่อช่วยปรับกระบวนการทำงานและหล่อหลอมทางความคิดในระหว่างปฏิบัติงานของทีมอาสาสมัครและต้องทบทวนเป็นประจำโดยได้ยึดหลักตามแนวคิดดังนี้
1.  แนวคิดตามจิตตารมณ์พระวรสาร :  ชาวสะมาริตันผู้ใจดี (ลก.10:25-37)     
       พระเยซูเจ้ายกมาเป็นแบบอย่างที่ชัดเจนถึงหน้าที่ที่ทุกคนต้องปฏิบัติต่อกันในยามเดือดร้อนด้วยรักและเมตตา ดังนั้นชีวิตของผู้รับใช้ผู้ป่วยทุกคนจึงเป็นเหมือนการเดินทางจากกรุงเยรูซาเล็ม(สถานที่เจริญและเพียบพร้อม)ไปยังเยรีโค(สถานที่ทุรกันดารและขัดสน)ที่ต้องละทิ้งความสะดวกสบาย,อภิสิทธิ์หรือความสำเร็จส่วนตนเพื่อนำพระพรและพระหรรษทานไปสู่เพื่อนมนุษย์(ผู้ประสบภัยพิบัติ,ผู้ด้อยโอกาส)โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
 
2.  แนวคิดตามจิตตารมณ์นักบุญคามิลโล
       นักบุญคามิลโลกล่าวไว้ในพินัยกรรมว่า “เราไม่ควรให้ความช่วยเหลือแต่เพียงทางวิญญาณเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันควรให้สวัสดิภาพทางกายแด่เพื่อนมนุษย์และนับการให้สวัสดิภาพนี้เข้าอยู่ในงานแพร่ธรรมของเรา” และจากที่ท่านกล่าวไว้ในงานด้านเมตตาจิตต่อผู้ประสบภัยพิบัติและโรคระบาดว่า “ที่ฉันทำนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยเต็มที ฉันอยากมีมือร้อยมือจะได้ทำงานให้มากกว่านี้มากๆ”ข้อความดังกล่าวเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงแนวคิดงานด้านเมตตาจิตต่อผู้ประสบภัยพิบัติ ของท่านและสมาชิกที่พร้อมให้ความช่วยเหลือแก่ทุกคนที่ประสบภัยพิบัติให้มากและดีที่สุดด้วยน้ำใจกว้างขวางและมีเมตตาเท่าเทียมกันโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ,ศาสนาหรือชนชั้น 

 
3.  แนวคิดการทำงานร่วมกับพระศาสนจักรท้องถิ่น
       พระศาสนจักรท้องถิ่น จำเป็นต้องรับรู้ในงานของเราที่กระทำในพื้นที่ความรับผิดชอบ เพื่อที่พระศาสนจักรท้องถิ่นจะได้ติดตามให้ความช่วยเหลือด้านงานอภิบาลต่อไปในอนาคต เราต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและประสานงาน  ปรึกษาหารือกันตลอดเวลา โดยเฉพาะพื้นที่ประสบภัยในภาคใต้ของประเทศไทยซึ่งเรามีพระสงฆ์และซิสเตอร์น้อยมาก บางครั้งเราต้องทำงานแทนซึ่งกันและกัน เราระลึกอยู่เสมอว่างานของเราเป็นส่วนหนึ่งของงานแพร่ธรรมของพระศาสนจักร
 
4.  แนวคิดการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแบบองค์รวม
      การช่วยเหลือผู้ประสบภัย นอกจากจะดูแลด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิตของผู้ประสบภัยแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความสามารถในการกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติเป็นเรื่องสำคัญ  การสนับสนุนช่วยเหลือของมูลนิธิคณะนักบุญคามิลโลและภาคสังคม ตลอดระยะเวลา 4 ปี พบว่าผู้ประสบภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ดีอย่างมีคุณค่า มีความพึงพอใจ และมีความสุข แต่ถ้าพบผู้ประสบภัยไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ จะต้องประสานให้ได้รับการช่วยเหลือจากเครือข่ายด้านสังคม เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากความเครียด ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ประสบภัยเกิดความเจ็บป่วยทางด้านร่างกายและจิตใจ ช่วยให้มีกำลังใจและความหวังมากขึ้น
 
5.  แนวคิดการช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม
      การดูแลผู้ประสบภัยในชุมชน (community care)  คือบทบาทของชุมชนที่มีต่อผู้ประสบภัย เราต้องสร้างจิตสำนึกและพัฒนาศักยภาพของคนในชุมชน ด้วยการดึงเอาบุคคลและทรัพยากรต่าง ๆ ที่มี่อยู่ในชุมชนมาใช้โดยประสานความร่วมมือกัน กับ องค์กรภาครัฐและเอกชนและผู้นำชุมชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปในชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ประสบภัยในชุมชนโดยตรง เช่น การเกื้อหนุน ดูแล และให้บริการด้านต่าง ๆ ประชาชนในชุมชนทุกเพศ ทุกวัย สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของมูลนิธิคณะนักบุญคามิลโลแห่งประเทศไทยโดยเฉพาะผู้ประสบภัยเอง ซึ่งมีบทบาทและเข้าร่วมกับกิจกรรมกับเราเป็นจำนวนมาก

6.  แนวคิดอาสาสมัครมูลนิธิคณะนักบุญคามิลโลแห่งประเทศไทย
     อาสาสมัคร คือนักบวช แพทย์ พยาบาล และบุคคลากรทุกระดับของกิจการในมูลนิธิคณะนักบุญคามิลโลแห่งประเทศไทยและแพทย์ พยาบาล ของภาครัฐรวมทั้งประชาชนทั่วไปที่สมัครใจทำงานร่วมกับเราเพื่อช่วยเหลือประชาชนและสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทนเป็นเงิน อาสาสมัครจะต้องทำงานเพื่อส่วนรวมทั้งร่างกายและจิตใจ     
     อาสาสมัครที่พึงประสงค์จึงควรเป็นผู้ที่มีจิตตารมณ์ของนักบุญคามิลโล และเป็นผู้ที่มีอุดมการณ์ที่จะทำงานเพื่อประชาชน ชุมชน สังคม และองค์กร มีคุณธรรมและจิตวิญญาณของอาสาสมัคร ทำงานด้วยความเสียสละ มีความสุขจากการเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ
 
7.   แนวคิดทุนขององค์กร ..ทุนแห่งความดี
    ทุนแห่งความดีขององค์กรเรา  เกิดจากการรวมตัวร่วมคิด ร่วมทำ โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์และยึดหลักจิตตารมณ์นักบุญคามิลโลเป็นสำคัญ  ความเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมองค์กรด้านศาสนา ความเป็นธรรมเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม มีองค์ประกอบหลัก 3 ประการ คือ 
           1.  ทุนสถาบัน  ได้แก่สถาบันศาสนา องค์กรของเราเป็นองค์ด้านศาสนาซึ่งนักบวชมีบทบาทสนับสนุนให้เกิดการรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำ เพื่อความดีของสังคมและเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตนให้ความเมตตา กรุณา ปราณีต่อทุกคน รวมทั้งเปิดโอกาสและหาโอกาสให้บุคลากรได้ฝึกปฏิบัติงานด้านสังคมร่วมกับพระศาสนจักรท้องถิ่นในเวลาปกติเป็นประจำ เช่นการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในถิ่นทุรกันดารทำให้บุคลากรสามารถเผชิญกับความยากลำบากและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้  ดังนั้นเมื่อเกิดภัยพิบัติที่ร้ายแรงก็ไม่ใช้เรื่องยากที่ทุกคนจะปรับตัวให้ปฏิบัติงานด้วยความอดทนและมีความสุขกับการที่จะทำความดีเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและพัฒนาสังคมตลอดเวลา
           2. ทุนจิตตารมณ์  คือ อุดมการณ์ที่ใช้หล่อหลอมจิตใจของบุคลากรให้เป็นผู้ที่อุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของผู้ป่วยและผู้ด้อยโอกาสในสังคมตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมาในประเทศไทย บุคลากรของเราได้รับการอบรมทั้งทางด้านทฤษฏีและด้านปฏิบัติเป็นประจำทุกคนทุกระดับ
           3. ทุนทรัพยากรบุคคล  คือ  แพทย์ พยาบาล และบุคลากรอื่นๆ ของกิจการในองค์กรมูลนิธิคณะนักบุญคามิลโลแห่งประเทศไทยซึ่งมีจิตตารมณ์ของนักบุญคามิลโล มีความรัก มีน้ำใจเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ พร้อมที่จะอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในสังคมเกือบทุกคน โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา สีผิว

โดยสรุปฐานแนวคิดในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยประกอบด้วย
1.  การนำจิตตารมณ์ของนักบุญคามิลโลไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมผ่านการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
2.  การประสานความร่วมมือในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในชุมชน
3.  การดำรงรักษาวัฒนธรรมที่เน้นความเอื้ออาทรระหว่างคนในชุมชน
4.  การส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายในชุมชนให้มีบทบาทในการจัดสวัสดิการสังคมภายในชุมชนให้มีความมั่นคงต่อเนื่อง
5.  การทำงานร่วมกับพระศาสนจักรท้องถิ่นและพระศาสนจักรสากล